Posted on

ดูซีรี่ย์: Castle Rock

ดูซีรี่ย์: Castle Rock ซีรีส์ที่นำเอาทั้งตัวละครต่างๆ และสถานที่ ที่ปรากฏในหนังสือนิยายและภาพยนต์ที่เขียนโดย Stephen King มารวมไว้ในซีรีส์เรื่องนี้ มีทั้งความลึกลับ ซับซ้อน ฆาตกรรม จิตวิญญาณ ฌานพิเศษ กาลเวลา มิติคู่ขนาน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนหนังสือ หรือดูหนังของสตีเฟนคิงไม่มาก ก็ไม่ต้องกลัวว่าดูจะไม่รู้เรื่อง เพราะมันมีเรื่องราวเป็นของตัวเองที่จะบอกเล่าเรื่องราวของ แคสเซิลร็อก เมืองที่มีแต่หายนะและความแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งในแต่ละซีซั่นจะมีเรื่องราวของตัวเอง

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เป็น Original ของทาง Netflix แต่ถูกซื้อลิขสิทธิ์มาฉายจากสตรีมมิ่งอีกเจ้าที่ชื่อ Hulu เพราะฉะนั้นมีสิทธิ์ถูกถอดหลุดผังในเน็ทฟลิกซ์ ถ้าจะดูต้องรีบดูก่อนจะเป็นการดี

แคสเซิลร็อก เมืองสมมุติที่ตั้งอยู่ในรัฐเมน ประเทศสหรัฐอเมริกา ปรากฏอยู่ในนิยายและหนังของสตีเฟนคิงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Shaw Shank Redemtion, Stand by Me ฯลฯ ซึ่งเราจะได้เห็นตัวละคร กิมมิค สถานที่ต่างๆ จากเรื่องอื่นๆ โผล่มาอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ตลอดเวลา โดยใน Season 1 จะเป็นเรื่องราวของทนายความผิวสี เฮนรี ดีเวอร์ ที่ต้องกลับมายังเมืองที่มีแต่ความหายนะอย่างแคสเซิลร็อก เพราะได้รับโทรศัพท์ปริศนาลึกลับจากเรือนจำเอกชนชอว์แชงค์ ว่ามีนักโทษนิรนามต้องการเป็นลูกความเขาหลังจากหัวหน้าพัศดีเรือนจำตาย เฮนรีจึงต้องกลับมาที่เมืองนี้อีกครั้ง แต่การมาครั้งนี้ จะทำให้เขาได้รู้ความจริงและความลึกลับของเมือง รวมไปถึงเหตุการณ์ประหลาดและการฆาตกรรมพ่อเขาตอนเป็นเด็กที่มันจะยิ่งซับซ้อน ซ่อนเงื่อน หายนะมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความร่วมมือกันของสองเจ้าพ่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง Stephen King ร่วมกับ J.J Abrams เพื่อสร้างซีรีส์เรื่องนี้ การันตีได้เลยว่ามันจะพาคุณดำดิ่งไปสู่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ความลึกลับ ปริศนาชวนขมวดคิ้วตลอดทั้งซีซั่น แถมยังใส่กิมมิคที่คนเคยดูหนังต่างๆ ในจักรวาลสยองขวัญของ King ได้เห็นแล้วฟินแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ไม่เคยดู หรือดูมาแค่นิดหน่อยไม่กี่เรื่อง ถ้าชอบแนวลึกลับก็ยังสามารถดูได้สนุก เพราะสิ่งที่มันใส่ลงมา ไม่ได้มีผลกับเนื้อเรื่องโดยตรง แต่จะเป็นบอกกลายๆ อ้อมๆ ว่า นี่เป็นโลกเดียวกันกับในเรื่องอื่นๆ

สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับแนวเรื่องความลึกลับ สั่นประสาทฉบับสตีเฟนคิงก็อาจจะยังไม่เก็ท และไม่เข้าใจและคิดว่า หน้าหนังมันเป็นแนวหลอนๆ สยองๆ แต่เปล่าเลย เพราะมันจะเน้นไปที่ความลึกลับมากกว่า แม้ว่าโลกในซีรีส์นี้จะเป็นโลกเดียวกับหนังเรื่อง ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง แต่ซีรีส์มันนำเสนออีกมุมนึงของเมืองนี้ที่ดูบรรยากาศอึมครึม มีความไม่ชอบมาพากลอยู่ทั่วทั้งเมือง และเราก็จะได้เห็นสภาพความเสื่อมโทรม ความ Bullshit ของคุกในหนังชอว์แชงค์ที่เคยเข้าฉายเมื่อปี 1994 แต่เวลาในซีรีส์คือปี 2018 ก็ยังคงความเหลวแหลกและ Bullshit เหมือนเดิมตามฉบับคุกเอกชนในหนัง

เรื่องหลักๆ จะไม่โฟกัสไปที่คุกชอว์แชงค์ เพราะเรื่องราวในซีซั่นนี้มันคือเมืองทั้งเมือง โดยดำเนินเรื่องผ่านตัวละครหลักสองคนนั่นก็คือ เฮนรี ดีเวอร์ ทนายความที่ตอนเป็นเด็กเขาถูกตั้งข้อสงสัยว่าฆ่าพ่อ(เลี้ยง) ของตัวเอง แล้วหายเข้าไปในป่าตอนหน้าหนาวถึง 11 วัน แต่กลับมาอย่างไร้รอยขีดข่วนและเสียความทรงจำบางส่วนไป เนื่องจากพ่อของเฮนรี่เป็นบาทหลวงที่ชาวเมืองชื่นชอบ ทำให้เขาถูกชาวเมืองสาปส่ง ต่อว่า ตั้งแต่ตอนเขายังเป็นเด็ก ส่วนอีกตัวละครหนึ่งก็คือเด็กหนุ่มที่ถูกจับขังไว้ในคุกลับของชอว์แชงค์โดยหัวหน้าพัศดีที่ฆ่าตัวตายไปตั้งแต่ต้นเรื่อง เพราะหัวหน้าพัศดีเชื่อว่าเขาคือตัวหายนะของเมือง เป็นปีศาจ ต้องจับขังไว้ ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของเขา ไม่รู้ว่าเขาถูกจับขังไว้นานเท่าไหร่ และเด็กหนุ่มนี้แสดงโดยผู้รับบทเป็นปีศาจตัวตลก Pennywise ในเรื่อง IT ด้วย ซึ่ง “อาจจะ” มีความเชื่อมโยงกัน ต้องลองไปหาคำตอบในเรื่องเอาเอง

ตัวซีรีส์นั้นถ่ายทอดความลึกลับ ซับซ้อน หลอนเล็กๆ และยังมีฉาก Jumpscare อยู่บ้างซึ่งฉากตุ้งแช่เหล่านี้ตอนผู้เขียนดูเองกลับรู้สึกว่า ไม่ตกใจ และเดาทางได้ง่ายไปหน่อยว่ามันจะโผล่มาแน่ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นผ่ามมากกว่าที่จะเป็นหน้าหลอนๆ ลอยมาแปะแบบหนังผี แต่สิ่งที่ดีงามคือการนำเอาความลึกลับจากหลายๆ เรื่องของสตีเฟนคิง มารวมกันไม่ว่าจะเป็น ไสยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา ความเชื่อ ช่องว่างและกาลเวลา ต่างมิติ มิติคู่ขนาน เสียงเพรียกของพระเจ้า พลังจิต “คนที่มี Shine” (พลังแบบเด็กในหนังเรื่อง The Shinning โรงแรมผีนรก) ฯลฯ เราจะได้เห็นเกือบทั้งหมดในซีรีส์เรื่องนี้เลย

ด้วยความที่มันผูกปมหลายๆ อย่างเอาไว้ในซีซั่นแรก และมีแต่ความลึกลับ ปริศนามากมาย ที่ในตอนท้ายของทุกตอนในซีซั่นจะมีการเฉลยและหักมุมแบบทุกตอน แม้ว่าจะเฉลยเรื่อวราวบางอย่าง กลับกลายเป็นว่ายิ่งเพิ่มปริศนาอีกอย่างเข้าไปอีก จนนำไปสู่ตอนจบแบบปลายเปิดให้ถกเถียงและขบคิดต่อ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ต้องใช้สมาธิและการโฟกัส ตั้งใจดูอย่างมาก เพราะว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในบทสนทนาของเหล่าตัวละคร ที่ไม่ได้พูดถึงเนื้อเรื่องหลัก แต่พูดถึงเรื่องราวของเมือง ตำนานเมืองต่างๆ กิมมิคพวกนั้นอาจจะโผล่มาตอนไหนก็ได้ ทำให้เราค่อนข้างที่จะ เฮ้ย ตรงนี้ มันเป็นอันนี้ ที่คนนี้พูดถึงในตอนก่อนแน่ๆ หรือตรงนี้มาจากหนังเรื่องนี้ และมีให้คุณได้เอะใจทั้ง 10 ตอนของซีซั่นแรก ทำให้ความสนุกของการดูก็คือการได้คิดตามไปกับเรื่องราวที่ซีรีส์ได้เล่าถึงเมืองๆ นี้ออกมาอย่างไร ซึ่งมันใช้เวลาในการนำเสนอแต่ละตอนค่อนข้างจะเนิบนาบและนานเลยทีเดียว

กลับกัน มันก็ทำให้ตัวซีรีส์ดูยากมาก เพราะต้องขบคิด ตีความและปะติดปะต่อเรื่องราวที่ตัวเรื่องนำเสนอออกมาตลอด ถ้าหลุดโฟกัสการดูเมื่อไหร่จะกลายเป็นงงในงงแน่นอน แม้ว่ามันจะทำให้คนที่ไม่เคยยอ่านหรือดูหนังของสตีเฟนคิงมาดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วรู้เรื่อง แต่การนำเสนอมันฮาร์ดคอร์สำหรับผู้ชมบางกลุ่ม พร้อมจะให้คุณได้งุนและงงไปกับหลายๆ ฉาก สลับทั้งพาร์ทอดีตและปัจุบันกันให้วุ่น ถ้าใครไม่ชอบอะไรที่คิดเยอะคงต้องข้ามซีรีส์เรื่องนี้ไป หรือข้ามไปดูซีซั่นที่ 2 ก็ได้ เพราะเนื้อเรื่องมันจบในซีซั่น (แต่มีจุดเชื่อมกัน)

สรุปรวมแล้ว ในซีซั่นแรกของแคสเซิลร็อก ได้ถ่ายทอดเมืองสมมุติที่ปรากฏในจักรวาลนิยายของสตีเฟนคิงออกมาได้เป็นอย่างดี ขยายจักรวาลในเรื่องอื่นๆ ที่เราเคยดูผ่านตา และมีการอ้างอิง อีสเตอร์เอ้กจากเรื่องต่างๆ ที่ทำให้คนดูได้เอะใจอยู่ตลอดเวลา รวมเรื่องราวลึกลับสยองขวัญหลากหลายแนวไว้ในเรื่องเดียวกัน แม้ว่าจะไม่เคยติดตามนิยายและหนังของสตีเฟนคิงก็ยังดูได้สนุก แต่การนำเสนอจะค่อนข้างฮาร์ดคอร์และเน้นการคิดตาม ตีความเสียมาก ทำให้มันดูค่อนข้างยาก เป็นแนวซีรีส์เฉพาะกลุ่มจริงๆ ถ้าชอบก็คือชอบมาก ไม่ชอบก็จะเกลียดไปเลย