Posted on

สหรัฐลั่นจ่ายหนี้อนามัยโลกภายในสิ้นก.พ.นี้

รัฐบาลวอชิงตันยืนยันการจัดการกับเงินค้างชำระอีกมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท ให้แก่องค์การอนามัยโลก ภายในสิ้นเเดือนนี้ และจะเพิ่มความสนับสนุนให้กับโครงการโคแวกซ์ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่านายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ซึ่งจัดผ่านระบบวิดีโอคอล เมื่อวันพุธ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยืนยันความสนับสนุนจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มีต่อการดำเนินงานทุกด้านขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ )
 
ทั้งนี้ หนึ่งในพันธกรณีที่รัฐบาลวอชิงตันจะเร่งดำเนินการ รวมถึงการจ่ายเงินค้างชำระอีกมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6,004 ล้านบาท ) ภายในวันที่ 28 ก.พ. นี้ และจะเพิ่มความสนับสนุนด้านการเงิน “จำนวนมหาศาล” ให้แก่โครงการโคแวกซ์ ที่ดับเบิลยูเอชโอเป็นหัวเรือใหญ่ ร่วมกับองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน ( กาวี ) ในการระดมทุนสำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าวให้เพียงพอสำหรับกลุ่มประเทศยากจน
  
อนึ่ง รัฐบาลสหรัฐในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นหนังสือต่อนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) แจ้งการนำอเมริกาออกจากการเป็นสมาชิกดับเบิลยูเอชโอ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ปีที่แล้ว โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “ความล้มเหลว” ของดับเบิลยูเอชโอ ในการบริหารจัดการวิกฤติด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 และความร่วมมือกับจีน “ที่ใกล้ชิดจนเกินไป”

อย่างไรก็ตาม ในวันแรกของการรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐคนใหม่ เมื่อ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา ไบเดนลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับดับเบิลยูเอชโอ เพื่อยกเลิกใบลาออกดังกล่าว ก่อนจะมีผลอย่างเป็นทางการในอีก 1 ปีนับจากวันยื่นเอกสาร คือวันที่ 6 ก.ค. 2564